บทที่ 7 ตอนที่6 เกินเก็บข่ม 1
และข่าวการขอสมรสพระราชทานนั้นก็สร้างแรงกดดันให้สตรีอีกนางหนึ่งอยู่ไม่น้อยเช่นกัน นางคือเซียงอวี๋ น้องสาวของอดีตชายาของหลี่เซียวเหยา
เซียงอวี๋นั้นแอบชอบหลี่เซียวเหยามาเนิ่นนานนับตั้งแต่ หลี่เซียวเหยาได้แต่งงานกับพี่สาวของนาง
นางได้แต่มองหลี่เซียวเหยาอยู่ไกลๆ
ต่อมานางพยายามทำทุกอย่างทำทุกๆทางให้หลี่เซียวเหยาและพี่สาวของนางแตกหัก
นางพยายามหลอกล่อให้พี่สาวของนางและองครักษ์ประจำตัวของหลี่เซียวเหยาได้มีโอกาสพบเจอกันบ่อยครั้ง
นางสร้างสถานการณ์ต่างๆให้พี่สาวกับองครักษ์นั่นได้สานสัมพันธ์กัน
และมันก็ได้ผล
มันสำเร็จ
นางทำมันลุล่วง
ห้าปีมานี้นางพยายามที่จะเข้าใกล้หลี่เซียวเหยาโดยใช้เหตุผลที่ว่าทำไปเพื่อชดใช้ความผิดแทนพี่สาว
และถึงแม้ว่านางจะถูกเขาปฏิเสธ ถูกเขาไล่อย่างไร นางก็ไม่ยอม นางยังคงติดตามหลี่เซียวเหยา
นางอยากเป็นสาวใช้อุ่นเตียง
แม้เป็นเพียงแค่นางกำนัลนางก็ยอม แต่...
แต่...
สตรีไร้ยางอายนั่น!
กับสตรีไร้ยางอายนางนั้น!
นางกำลังจะได้แต่งงานกับหลี่เซียวเหยา
ไม่มีทาง
นางไม่ยอม
นางไม่มีวันยอม
อา...
นางจะต้องหาบุรุษสักคนหนึ่ง
ให้มาเป็นชายชู้กับสตรีไร้ยางอายนี่
มันไม่ใช่เรื่องยาก
ดูๆแล้ว
ง่ายกว่าเมื่อครั้งพี่สาวของนางเสียอีก
หึหึหึ!
เซียงอวี๋แสยะยิ้มที่มุมปากอย่างหมายมั่นอยู่ในใจอย่างชั่วร้าย ขณะกำลังทำงานในตำแหน่งนางกำนัลประจำตำหนักของหลี่เซียวเหยา
หญิงสาวอยากจะขึ้นเตียงของหลี่เซียวเหยามาหลายครั้งแล้ว แต่ทำได้เพียงเป็นนางกำนัลประจำตำหนักเพียงเท่านั้น
ต่อไปนางจะรุกฆาตบ้าง
นางจะทำตัวไร้ยางอายบ้าง
สตรีนางนั้นทำได้ นางก็ทำได้เช่นกัน...
“ปล่อยข้า!”
หลี่เซียวเหยายังคงเอ่ยเสียงเครียดขณะถูกสตรีเจ้าเล่ห์อย่างเจินเจินเล่นไม่ซื่อโดยการสั่งบุรุษปริศนาให้เข้ามาช่วยกันจับเขาเอาไว้ถึงสามคน
“มัดเขาเอาไว้ที่เสาตรงนี้เลย” เสียงอ่อนหวานของเจินเจินเอ่ยสั่งการบุรุษปริศนาทั้งสาม
ขณะนี้เจินเจินได้ใช้กลอุบายหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการโกง
เมื่อเวลาแห่งการประมือกันผ่านไปได้ซักพักนางจึงรู้ตัวว่าสู้ฝีมือของหลี่เซียวเหยาไม่ได้จึงแอบส่งสัญญาณให้ลูกน้องของตนเองที่สั่งให้แอบติดตามมาเพื่อคอยรับใช้อยู่ที่แคว้นต้าหลี่ด้วยให้โผล่ออกมาและให้ช่วยกันถึงสามคนเพื่อรุมหลี่เซียวเหยาแล้วจับเขาพาเข้ามายังตำหนักของเขา และมัดเขาไว้ในห้องของเขาเสียเลย
“เสร็จแล้วออกไปได้” จบคำสั่งของเจินเจิน บุรุษทั้งสามก็รีบคาราวะอย่างแข็งขันและพุ่งตัวพรึ่บออกไปในทันทีโดยไม่มีการไต่ถามใดๆให้มากความ
“เจ้า!” หลี่เซียวเหยายังคงจ้องมองพร้อมคำรามไปทางเจินเจิน
สตรีเจ้าเล่ห์นางนี้ นาง...
ดูนางทำ!
นางช่างกล้า!!
บังอาจยิ่ง!!!
“เจ้าช่างน่ารังเกียจ” เขายังคงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำไปทางหญิงสาว ดวงตาคมดำดิ่งบนใบหน้าคมเข้มงดงามยังคงจ้องมองเจินเจินอย่างเอาเรื่อง
“อย่าด่วนสรุปเยี่ยงนั้นเลย” เจินเจินยืนกอดอกใช้สายตาแววหวานผสมผสานความเจ้าเล่ห์หรี่ตามองหลี่เซียวเหยาที่ถูกจับมัดเอาไว้ที่เสาภายในห้อง
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
นางรู้สึกชอบเวลาเขาโกรธ
“ท่านยังไม่เคยได้ชมความงดงามที่แท้จริงของข้า จะกล่าวอย่างนั้นได้อย่างไร รังเกียจรังงอนอันใดกัน หืม...” หญิงสาวกล่าวขณะย่างกรายเข้าหาชายหนุ่มที่ถูกมัดไว้กับเสากลางห้องจนร่างระหงของนางประชิดถึงลำตัวสูงใหญ่ของเขา ก่อนช้อนสายตาแวววาวทอประกายขึ้นมองจ้องตอบดวงตาคมกริบคล้ายอาฆาตของชายหนุ่มอย่างไม่นึกหวั่นเกรง
นางยกมือเรียวงามของตนขึ้นลูบไล้ไปทั่วแผงอกบึกบึนของชายหนุ่มอย่างยั่วยวนผ่านอาภรณ์เนื้อดี
หญิงสาวใช้นิ้วมือไล้เกลี่ยไต่ขึ้นไปทางลำคอและเกลี่ยไล้ไปเรื่อยๆจนทั่วใบหน้าของเขา พลางส่งยิ้มหวานละมุนอยู่ตรงมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์จ้องมองด้วยสายตาท้าทายแกมยั่วเย้า
“ท่านช่างมีเสน่ห์ของบุรุษเพศมากมายปานนี้ ไฉนเลยถึงกักขังเก็บกดซ่อนมันเอาไว้” หญิงสาวเอ่ยขึ้นขณะยังคงลูบคลำไปทั่วเรือนร่างของหลี่เซียวเหยา
หน้าอกของนางอยู่ใกล้กันกับแผงอกของเขา กลิ่นหอมรัญจวนจากเนื้อนวลนางลอยคละคลุ้ง สร้างความปั่นป่วนให้เขาอยู่ไม่น้อย
เจินเจินยังคงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยอย่างมีเสน่ห์ชวนมอง “อดีตก็ส่วนหนึ่ง ธรรมมะก็ส่วนหนึ่ง ใยท่านต้องเอามันมาปะปนกันจนทำให้ตนเองไร้ความสุข”
“หืม......”
เจินเจินจบประโยคของตนด้วยเสียงลากยาวชวนสยิว
หลี่เซียวเหยาได้แต่พยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่านบางอย่างเอาไว้
เขาต้องทำอะไรซักอย่างกับนาง
เจินเจินสังเกตเห็นอาการเก็บข่มอารมณ์ปรารถนาของชายหนุ่มจนหูแดงหน้าแดงอย่างนั้นจึงหลุดขำออกมา ก่อนเอ่ยเสียงหวาน “ท่านช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก ข้าชักจะชอบท่านขึ้นมาจริงๆเข้าแล้ว คิกคิก”
“เจ้า!” หลี่เซียวเหยาหน้าแดงยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เขากำลังถูกนางมารตนนี้ย่ำยีของจริง
“อืม... ข้าจะแกล้งอะไรท่านอีกดีน๊า” เจินเจินเอ่ยพลางยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอของชายหนุ่ม ส่งผลให้ใบหน้างามๆเข้าใกล้ใบหน้าร้อนผ่าวของเขาในระยะประชิด
นางรู้สึกสนุกยิ่งนักกับบุรุษผู้นี้
อา... ทำไมกันนะ
อืม...ดูแววตาของเขาเวลาโกรธนั่นสิ ริมฝีปากได้รูปนั่นอีก เป็นเส้นตรงเชียว อ๊ะอ๊ะ หน้าแดงไปถึงลำคอแล้วนั่น คิกคิก แดงไปถึงแผงอกหรือไม่กันน๊า...
